Ticker

6/recent/ticker-posts

สัปเหร่อท้าชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ สร้างปรากฏการณ์ใหม่การเมืองท้องถิ่น


ในการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) เทศบาลเมืองกระบี่ ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม - 4 เมษายน 2568 ได้เกิดปรากฏการณ์ทางการเมืองที่น่าจับตามอง เมื่อนายปกรณ์ เพชรเครือ อดีต สท.เขต 3 และสัปเหร่อชื่อดังของกระบี่ ได้ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งนายกเทศมนตรี โดยไม่ได้สังกัดกลุ่มหรือทีมใด ๆ และมาพร้อมกับรถพ่วงข้างคู่ใจ

นายปกรณ์ เพชรเครือ หรือ "สท.ออม" เป็นที่รู้จักกันดีในชุมชนเมืองกระบี่ ด้วยบทบาททั้งในฐานะอดีต สท.เขต 3 และสัปเหร่อที่คอยดูแลงานศพของคนในชุมชน ทำให้เขามีความใกล้ชิดกับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

เส้นทางการเมืองท้องถิ่นของนายปกรณ์นั้นไม่ธรรมดา เขามีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย โดยโครงการต่าง ๆ ที่เขาทำนั้นมาจากการคิดเองและหาแหล่งงบประมาณเอง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าบางครั้งการทำงานของเขาจะถูกมองว่าเป็นการข้ามขั้นตอนของฝ่ายบริหาร แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน


นายปกรณ์เชื่อมั่นว่า การทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อชุมชนจะทำให้เขาได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน แม้ว่าการลงสมัครแบบ "ฉายเดี่ยว" จะมีความแตกต่างจากการลงสมัครแบบเป็นกลุ่ม แต่เขาก็เชื่อว่าเขาจะไม่โดดเดี่ยว เพราะเขามีญาติพี่น้องและประชาชนคนรากหญ้าคอยสนับสนุน อีกทั้งอาชีพสัปเหร่อของเขาทำให้เขาเข้าใจสัจธรรมของชีวิตเป็นอย่างดี และด้วยระดับการศึกษาปริญญาโท รวมถึงเครือข่ายญาติ "เพชรเครือ" ทำให้เขามั่นใจว่าจะสามารถแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้

นายปกรณ์ได้ประกาศนโยบายที่แตกต่างจากการเมืองแบบเดิม ๆ โดยเขามุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะด้านสุขภาพ "ผมเน้นหนักเรื่องสุขภาพครับ เมื่อสุขภาพดี คนมีความสุข คนกินข้าวได้ ได้ออกกำลังกาย เรื่องทำมาหากินเป็นเรื่องรอง" เขากล่าว พร้อมทั้งชูนโยบาย "เทศบาลยิ้ม", "เทศบาลละคร", "เมืองแห่งกิจกรรม" และ "เมืองแห่งสุขภาพและกีฬา"


การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ พ.ต.อ.สมเด็จ สุขการ (เบอร์ 1) จากกลุ่มรักปากน้ำกระบี่ใหญ่, นายอิทธิชัย ตันบุตร (เบอร์ 2) จากกลุ่มพัฒนาเมืองกระบี่ และนายปกรณ์ เพชรเครือ (เบอร์ 3) ผู้สมัครอิสระ บรรยากาศการรับสมัครเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผู้สนับสนุนจากแต่ละกลุ่มมามอบมาลัยและดอกไม้ให้กำลังใจผู้สมัคร

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนชาวเมืองกระบี่จะได้เลือกผู้นำที่มีความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง มีความซื่อสัตย์และจริงใจ และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น


แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น